ชะอัมพวา

posted on 10 Mar 2010 18:16 by sozapym

อย่างเพิ่งทำหน้าสงสัยเรย เพราะนี่ไม่ใช่ช่ออำเภอใหม่ในประเทศไทย แต่มันเป็นชื่อที่พิมคิดเอง

ระหว่างนั่งรถกลับบ้าน หลังจากที่ไปเที่ยว ชะอำ และนอนที่นั่นอีก 1 คืนและไปต่อที่ อัมพวา

แล้วก็ได้นอนที่นั่นอีก 1 คืน ทริปนี้เราไปกัน 4 คนมีพิม พี่สาว พี่ชาย และก็น้าของพิมอีกคนนึง

 

เราออกจากบ้านตอนประมาณบ่ายโมงกว่าแล้ว แต่ที่จริงจะพูดว่า ออกจากบ้าน ก็ไม่ถูกนัก

ต้องบอกว่าออกจากโรงเรียนของพิมมากกว่า เพราะว่าวันนั้นที่ไปเป็นวันศุกร์แล้วพิมก็ต้องไป

เสนอโครงงานคณิตศาสตร์ที่รร.ก่อน  พวกพี่ๆก็เลยไปรับที่โรงเรียนซะเลย เพื่อให้ไม่เสียเวลา

แล้วก็ไปมันทั้งชุดนักเรียนนั่นแหละ

 

ถึงที่หมายตอนเกือบเย็นๆ ทริปนี้ไปแบบชิลๆ ไม่มีการวางแผน ไม่มีการจองที่พัก แถมพี่ชายที่

เป็นคนขับยังเพิ่งรู้ตอนเช้าก่อนไปด้วยซ้ำว่าเราจะไปที่ชะอำกัน

 

พอหาบ้านักที่นั่นได้แล้ว เป็นบ้านพักหลังเล็กๆ มีชื่อว่า “เคียงเล” เหมาะกับบรรยากาศมากๆ

เพราะว่าฝั่งตรงข้ามของบ้านที่เราพักเป็นทะเล แค่ข้ามถนนไปก็เล่นน้ำได้เลย บ้านพักนี้ค่อนข้าง

ห่างจากตัวเมืองที่มีคนพลุกพล่านไม่มาก แต่ก็สงบ เหมาะกับการพักผ่อน เราก็เคลื่อนพล

ไปถ่ายรูปที่ทะเลกัน บรรยากาศตอนนั้นสวยมากๆ >.< เพราะเป็นเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้จะตก

และเมื่อมีโอกาสเราก็พลาดที่จะจาลึก ชื่อไว้บนผืนทราย

แม้จะรู้ดีว่าไม่นานมันก็จะจางหายไป...

 

ต้องขอขอบคุณ ท่านเฟอร์ดินัล แมคเจลแลนด์ ที่ประดิษฐ์กล้องขึ้นมาสำเร็จเป็นคนแรกของโลก

พิมเคยอ่านเจอจากหนังสือเล่มหนึ่งจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าหนังสือเล่มนั้นชื่อว่าอะไร

จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเป็นหนังสือประเภทไหนแต่มีประโยคหนึ่งที่พิมยังจำได้จากหนังสือเล่มนั้น

คือ หนังสือเล่มนั้นบอกว่า   “รูปถ่ายก็เปรียบเสมือนการหยุดเวลา”    และพิมก็คิดว่า

มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่รูปถ่ายก็ยังสามารถทำให้เรา

ระลึกถึงเหตุการณ์ในวันคืนเหล่านั้น แม้ว่ามันจะผ่านไปนานซักเท่าไหร่ก็ตาม

 

และเย็นวันนั้นเราก็กินอาหารทะเลกันที่ร้านกัปตันยวด ตามคำแนะนำของเจ้าของบ้านเคียงเล

ที่เราไปพักกัน(ตอนหลังแอบเห็นด้วยแหละว่าที่ป้ายในห้องพัก มีลง ยวด คงเป็นเจ้าของเดียวกัน

แน่ๆ)ที่ร้านนี้สวยมากเป็นร้านริมทะเล เหมาะที่จะกินปูสุดๆ แถมโต๊ะที่เราเลือกนั่งยังเป็นโต๊ะ

ที่ติดทะเลมากที่สุดด้วย

 

 แหมๆ บรรยากาศอย่างนี้ก็ทำให้เหงาขึ้นมาหน่อยๆ ก็เลยต้องถ่ายรูปความเหงาตัวเองมาด้วย

เหมือนพวกคนอกหักอยากเดินลงทะเลไม่มีผิด แต่พอดีที่นี่เป็นทะเลชะอำ ถ้าเป็นอ่าวจันทร์เสี้ยว

ล่ะก็ไม่แน่... (555+ อ้างอิงสถานที่ของพี่อัพซะหน่อย พี่เค้าเป็น “ไอดอล” นี่นา เหอๆ)

 

เช้าวันต่อมา โดนปลุกตั้งแต่เช้าตรู่เลย = =;; ถึงจะบอกว่าง่วงแต่ก็โดนลากมาอยู่ดี

ก่อนจะไปกินข้าวเช้าเราก็แวะถ่ายรูปกันที่จุดชมวิวซะหน่อยพอเป็นพิธี

   

ภาพนี้ถ่ายตอน 06.46 ของวันที่ 6 มีนา 10 ๕๕๕+ ไม่ได้ล้อเล่นนะ ตามเวลาโทรศัพท์

มันขึ้นแบบนี้จิงๆ(แต่ของชาวบ้านกี่โมงไม่รู้) ตอนที่ถ่ายภาพนี้เสร็จก็ไปกินข้าวที่ร้านอาหาร

แห่งหนึ่งใกล้ๆกับจุดชมวิวนั้นระหว่างที่กินไปก็นั่งมองพระอาทิตย์ที่สว่างขึ้นเรื่อยๆและก็รู้สึกว่า

มันสวยขึ้น ตอนที่พิมถ่ายภาพนี้พิมก็รู้สึกว่าภาพนี้สวยสุดๆแล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียง

ไม่กี่นาที พระอาทิตย์ขึ้นสูงขึ้น ทำให้มันดูดวงใหญ่ขึ้น สว่างขึ้น และก็ได้เห็นภาพที่สวยงาม

มากขึ้นกว่าภาพนั้น แต่จะให้ไปถ่ายรูปตอนนี้ก็ทำไม่ได้ซะแล้วเพราะกว่าจะกินข้าวเสร็จ

พระอาทิตย์ก็อยู่สูงเกินไปเสียแล้ว “บางทีสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับเราแล้วอาจจะไม่ใช่

สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราจริงๆ หากเพียงเรารอเวลาซักนิด แม้เพียงไม่นานเราก็อาจได้

เจอสิ่งที่ดีกว่าก็ได้ แต่ก็อย่าให้มันช้าเกินไปนักล่ะ เพราะพระอาทิตย์ยามสายก็ไม่ได้

สวยงามเท่าพระอาทิตย์ในตอนรุ่งอรุณหรอกนะคะ”

 

พอกินข้าวเสร็จก็ได้เวลาเล่นน้ำทะเล แต่เล่นได้ไม่นานก็ต้องเลิกเพราะแสบหน้ามากๆ >_<;;

หลักจากอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก็ไปขี่จักรยานที่ต้องปั่นสองคน (ความต้องการส่วนตัว

ทีไม่มีใครเห็นด้วยเลย)ความจริงจักรยานที่สามารถปั่นได้พร้อมกัน 4 คนก็มีแต่ที่เราเลือกแค่

แบบสองตอนนั่นก็เพราะว่า “กลัวล้ม”

 

สายๆเราออกจากชะอำหลงทางอยู่ซักพัก แต่ด้วยโปรแกรม Ovi Maps ในโทรศัพท์เครื่องใหม่

ทำให้เราสามารถมาถึงอัมพวาได้ตอนประมาณเที่ยงๆ หาที่พักของคืนนั้นเป็นบ้านโฮมสเตร์

ที่ไม่ได้อยู่ในตลาดน้ำอำพวาแต่ก็ติดริมแม่น้ำเหมือนกัน ประมาณบ่าย 4 โมง หลังจากที่นอน

อุดอู้อยู่นานก็ได้เวลา ลัลล้า เที่ยงอัมพวาซักทีจะบอกว่าลาวก็ได้ เพราะยอมรับเลยว่า เพิ่งมาที่

อัมพวาเป็นครั้งแรก (-_-)(_ _)(-_-)

 

หลังจากที่ได้หม่ำๆอาหารจากเรือของแม่ค้า (กินที่บันไดด้วย ได้บรรยากาศสุดๆ) จนอิ่มแล้ว

เราก็ไปเดินเที่ยวอัมพวากัน แต่คนแน่นสุดๆ แทบร้องหายาดมกันเลยทีเดียว =__+ 

 

 

 

 

 

พอตอน 6 โมงเย็นฟ้าเริ่มมืดแล้วก็ขาดไม่ได้ที่จะไปนั่งเรือดูหิ่งห้อย (หรือไฟ ไม่รุ้) เพราะถ้ามา

อัมพวาแล้วไม่ดูหิ่งห้อยก็เหมือนกับว่ามาไม่ถึงอัมพวาจิงมั้ยคะ??? แต่จะให้ถ่ายรูปตอนนั่งดู

หิ่งห้อยมาก็ไม่ได้หรอกเพราะว่า มันถ่ายไม่ติด ก็เลยถ่ายรูปริมฝั่งคลองที่มีร้านค้าเรียงรายกันไปหมด

 

 

 พิมชอบร้านนี้มากๆเลย เพราะเป็นร้านขายเสื้อผ้าที่ตดแต่งได้อาร์ตจิงๆ

 

 

 

 นี่เป็นทางแยกไปยังคลองอื่นๆอีก

 

 ภาพนี้เบลอๆหน่อยนะคะ =__=//

 

 

 

 ร้านนี้ดูจากภาพ ก็จะเห็นว่าเป็นร้านอาหารชื่อร้านว่า "ริมระเบียง" สวยใช่มั้ยล่ะ ไปครั้งหน้า

พิมจะแวะไปชิมที่ร้านนี้แล้วกลับมาเล่าให้ฟังนะคะ  )-0-(

 

 

แล้วพอมาถึงที่พักก็จัดแจงของฝากซะหน่อยแต่ของฝากที่คิดว่าถูกใจที่สุดคงหนีไม่พ้นเสื้อ

สกีนลายปลาทู(สัญลักษณ์ของอัมพวาเค้านั่นแหละ) ที่นอกจากเสื้อลายปลาทูแล้วยังใส่

เข่งเหมือนปลาทูด้วย คลีเอ็ดสุดๆเลยเอารูปมาฝากชาว Exteen เผื่อถ้าไปก็อย่าลืมซื้อมาเป็น

ที่ระลึกเหมือนพิมล่ะ

 

 สีน้ำเงินๆนี่ เป็นกางเกงขาก๊วยยยยยย เท่มากเลย (ชอบ -.,-)

 

(นี่เป็นภาพเสื้ออัมพวาทั้งสามตัว)

  

เช้ามาก็นั่งกินกาแฟ โอวันตินร้อนๆ ที่ระเบียงหน้าห้องพัก ดูการตักบาตรของห้องอื่นๆ (บ้านเรา

เป็นคริสเตียนเลยไม่ได้ตักบาตร)

 

และก็มีภาพนึงที่ถึงจะถ่ายไม่ค่อยชัด เพราะกล้องมันแป๊ก แต่ก็ชอบมากๆอยากให้เพื่อนๆเห็นค่ะ

 

แฮ่ๆ เห็นฝีมือมั้ยล่ะ

นอกจากจะมีพระมาให้เราตักบาตรแต่เช้าก็ยังมีของมาขายแต่เช้าให้ความรู้สึกความเป็น

อัมพวาอย่างแท้จริง

 

ก่อนกลับก็ถ่ายรูปข้างๆบ้านที่เราพักไว้รูปหนึ่ง ไม่รู้ว่าคนอื่นๆจะรู้สึกเหมือนพิมหรือเปล่า

มันเป็นภาพสะพานเล็กๆที่เชื่อมแต่ละบ้านเข้าหากัน สื่อถึงวิถีชีวิตของชาวอัมพวาว่าพวกเค้า

ใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันจริงๆ

 

ถึงแม้ว่าระหว่างทางที่กลับบ้าน เราจะแวะกันหลายที่มากๆ แต่ขอพูดถึงแค่ที่ดอนหอยหลอด พอ

เพราะว่าที่นี่พิมถ่ายภาพสวยๆไว้ภาพนึง ไม่รู้ว่าคนอื่นจะชอบหรือเปล่า แต่ภาพนี้ก็สื่อความรู้สึกได้ดีมาก

 

มันเป็นภาพเรือคู่กันบนผืนทะเลเวิ้งว้าง ดูแล้วก็เหงา(อีกแล้ว) อย่างบอกไม่ถูก เฮ้ออออออ

แม้จุดมุ่งหมายของการเดินทางอาจเป็นสิ่งที่เราต้องมุ่งไปให้ถึง แต่การแวะพักระหว่างทาง

ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญเหมือนกัน แม้จะทำให้เราถึงที่หมายช้าไปบ้าง แต่เราก็จะได้เติมเต็ม

พลังระหว่างทางเหมือนกัน...

edit @ 15 Mar 2010 12:57:56 by The society_of_PYM-soza

Comment

Comment:

Tweet

อากาศร้อนๆแบบนี้ อยากไปเที่ยวจังเลยย

เห็นแล้วแอบอิจฉาาา อยากไปบ้าง ><

#9 By Nakamura_NaRu on 2010-05-13 21:30

อาร์ต ตัว mom นะแก เนียะ.............

> < = =

#8 By คนแถวบ้าน (114.128.1.142) on 2010-05-10 16:47

ชอบๆ อ่ะ พี่พิม
รุบสวย ๆ

อัมพวา ของ แพง แหง ๆ 555 5...
ทะเลตอน กลางคืนสวยจิง ๆ
(มองไม่เหนอารัยเลย ) อิอิ !!
>[]<

#7 By มิว กี้ (125.27.177.117) on 2010-03-29 14:55

อะโห อัพซะยาวเลยนะคะ

ยังไม่เคยไปเที่ยวอัมพวาเลย



แต่ว่าพี่ไม่ได้ไปงาน พี่อัพ นะคะ
ชอบพี่อัพเหมือนกันค่ะ

>..< ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ

#6 By inthebee on 2010-03-23 11:57

แล้วพบกันครับbig smile

#5 By songsin on 2010-03-15 23:28

น่าไปจังเลยครับ

#4 By @@PRINCE LOVE@@ (117.47.6.67) on 2010-03-15 13:56

ไปกี่ครั้งก็หลงรักทุกครั้ง

#3 By katak on 2010-03-15 13:23

คนเยอะเเยะ ๆ

รูปสวยนะครับเนี่ย Hot!

#2 By ฟิวแต๋วว ' on 2010-03-15 11:54

น่าไปเืี่ที่ยวด้วยจังครับ confused smile

#1 By ฟิวแต๋วว ' on 2010-03-15 10:22